จะ เอานิยาย มาเก็บ ที่exteen หน่อย
ค่อยๆ ขนย้ายเล้าเป็ดมาทีละตอน ยังเขียนไม่จบ
บลอคหลักไม่ได้เขียนแล้ว
บลอคนี้ร้าง ...เดี๋ยวค่อยชวนคนเข้ามา
 
 
บทนำ


ผมตายแล้วครับ...

ต้องกราบลามิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน  เรื่องของผมจบลงเท่านี้ 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่มีให้กันเสมอ  สวัสดีครับ


.............จบบริบูรณ์................






เอา ล่ะครับ  จะมัวมานั่งหน้าสลอนอะไรกันอยู่ได้ เรื่องทั้งหมดมันจบลงแล้ว ผมตาย  ตายไปแล้วผมจะเหลืออะไรให้เล่าต่อไปได้ ชีวิตของผมจบสิ้น ไม่มีอนาคต ไม่มีลมหายใจ  ศพก็เผาสิ้นซากจนเหลือแต่เศษกระดูกและขี้เถ้า  ดิเอนด์ออฟเดอะเวิล์ดของตัวข้า แล้วคุณยังจะเอาอะไรกับผมอีก  ได้โปรดปล่อยให้ผมไปผุดไปเกิดซะที

ผมมองตามหลังพ่อ แม่ และน้องสาวที่โอบอุ้มโกฏิกระดูกของผมอย่างดี พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สะอึกสะอื้น ไม่หลับตาปี๋แล้วเดินสะดุดขาตัวเองหกล้มไปเสียก่อน  ผมไม่ได้เดินตามครอบครัวกลับบ้าน  เพียงแต่ยืนมองภาพนั้นค่อยๆ จางเหมือนจมหายไปกับสีสันทั้งหลายบนโลก  รอบตัวผมเริ่มปราศจากสีซึ่งคอยหลอกตาของมนุษย์ เหลือแต่รอบกายที่ว่างเปล่า กายที่ว่างเปล่า และสถานที่ๆ ไม่มีสสารสิ่งใดๆ เลย

"นาวิน พาริตา? "

"ครับ"

ผม อยู่ในสถานที่ที่ไม่มีพื้นดิน ยืนอยู่บนความว่างเปล่า  เป็นวิญญาณก็มีข้อดีแค่นี้ละมั้ง  ถึงไม่มีพื้นดินให้เหยียบเดินก็ไม่โดนแรงโน้มถ่วงของโลกดึงให้ล้มลงอยู่ดี

ผม หันไปมองต้นเสียงที่เรียก  ยมทูตแน่ๆ ที่ลอยคว้างในท่ายืนเอียงกะเท่เร่คล้ายนักบินอวกาศไม่มีจุดศูนย์ถ่วง แม้รูปกายจะเหมือนนักธุรกิจที่มักพบพานเวลาทำงาน(ผมเป็นพนักงานโรงแรมครับ)

สูท สีดำพอดีตัวทีมีเนื้อผ้าแปลกๆ เสียงที่คุยมีโทนเสียงสูงต่ำแต่เรียบไร้ความรู้สึก ผมโล้นไม่มีแม้แต่ขนคิ้วหรือขนตา และดวงตาไม่มีแววสะท้อนนั้นมองมาที่ผมอย่างคลางแคลง  ปลายนิ้วมือสอดเข้าไปในเสื้อนอกแล้วคีบหยิบสมุดบันทึกซีดเหลืองเล่มเท่าฝ่า มือออกมาอ่านนิ่งๆ

"เกิดวันที่ 4 สิงหา อายุ19 ถูกไหม "

"ครับ"

"เรียนนิเทศศาตร์ ปี2 "

"ครับ"

"มีน้องสาว1คน เรียนต่างประเทศ"

"เอ่อ... ครับ" ไอ้ทรายไปเรียนซัมเมอร์ที่สิงคโปร์ เพิ่งบึ่งกลับมาเพราะพี่ชายคนเดียวเสียนี่ล่ะ

"แล้วเจ้าขับรถแลมโบกินี่รึเปล่า? "


หืม? ผมส่ายหน้ารัว ราวกับการขับรถตระกูลรถแข่งราคาแพงระยับจะถือเป็นบาป  ถึงผมจะเคยฝันว่าถ้าถูกล๊อตเตอร์รี่จะซื้อเฟอรารี่สักคันก็เหอะ  แต่มันก็แค่กิเลสความอยากได้ที่มนุษย์หน้าไหนก็เป็นกันใช่ไหมครับ  ผมยืนตัวแข็งเหมือนจะเกร็งถ้ามันยังมีกล้ามเนื้อให้เกร็งเล่นได้น่ะนะ ผมหายใจไม่ได้แล้วเลยไม่ได้กลั้นหายใจฟังที่ท่านยมทูตสูทดำจะถามต่อ

แต่ คุณพี่ท่านก็ไม่ได้ถามครับ ปลายเท้าค่อยๆ แลนด์ดิ้งและยืนตรงอย่างสง่าผ่าเผย บางทียมทูตก็ดูเหมือนข้าราชการเงินไฟมอดยังไงไม่รู้ครับ ขยับก้ายย้ายที่แต่ละมูฟ เอาสมุดเก็บในอกเสื้อก็ชักช้าเนิบนาบ เขาเดินมายืนตรงหน้าผมแล้วเอานิ้วชี้เกาคางข้างหนึ่งแกรกๆ ตามองต่ำมาที่ผมเหมือนประเมินคุณภาพสินค้าก่อนส่งออกนอกโรงงาน





"ผิดตัว"





!!!????




"หมะ... หมายความว่าไงครับ.."



"ก็รับวิญญาณผิดตัว"  ยมทูตยืนล้วงกระเป้าสองข้างและพูดเรียบง่าย สีหน้าคลางแคลงใจเล็กน้อยนั้นจางหายเป็น ...ไม่มีความรู้สึกใด



"....." ผมยังมึนอยู่ โอเค อ๋อ ไม่ใช่หน้าที่พี่ใช่ไหม แบบว่าต้องรอยมทูตท่านอื่นมารับผม ผมไม่ใช่ความรับผิดชอบพี่ อะไรแบบ...




"เจ้ายังไม่ถึงคราวตาย ข้าเอาวิญญาณดวงที่ยังคงเหลือเวลาเช่นเจ้าไปไม่ได้ น่าเสียดายจริง"



ผม..งง... อึ้ง  และยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น  ผมยังไม่ถึงที่ตาย  แต่ผมโดนลูกหลง จากกระสุนปืนเด็กช่างกลตายไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเก้าวันก่อน และศพก็เผาไปแล้ว 

เจ้าโล้นหันหลังให้ ทือทาบคอตัวเองแล้วบิดโยกหัวไปมาคล้ายสลัดความปวดเมื่อย ผมได้แต่ตะลึงงันเมื่อร่างตรงหน้าทำท่าจะเลือนลางจางลง


"เดี๋ยว!!! รอเดี๋ยวก่อน!!! "


"แล้วผมล่ะ ให้ผมคืนชีพสิ ผมยังไม่อยากตาย ผมยังไม่ถึงที่ตาย"



"ทำไม่ได้ ร่างสูญไปเป็นเพลานานแล้ว" ยมทูตค่อยหันกลับมาตอบ


"งั้นย้อนเวลากลับมา  ให้ผมกลับไปมีชีวิตเหมือนเดิม ได้โปรด"


"เรื่องนั้นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน"


"ทำไม ล่ะ... คุณเป็นยมทูตนี่นา ช่วยผมด้วยเถอะนะ ผมยังไม่อยากตาย"  ที่จริงผมทำใจได้แล้ว ผ่านระยะเศร้าโศกในงานสวดศพตัวเอง ทั้งไม่ยอมรับ ทั้งโกรธ ทั้งภาวนา หดหู่ และยอมรับความจริงได้แล้ว ทำไมเพิ่งมาบอกว่าผมยังไม่ถึงฆาต ผมสมควรที่จะอยู่กับครอบครัวที่บ้านตอนนี้ และมีชีวิตอยู่ต่อไป

"เลือด กายเนื้อและชีวิต  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามแต่โลกใบนี้จะรังสรรค์ ไม่มีใครสร้างขึ้น งานข้านั้นคือนำดวงวิญญาณที่หมดเวลาบนโลกนี้ ไปสู่อีกโลกหนึ่ง"


ผมทรุดลงบนเข่า  ทุกข์เหลือเกิน แม้ตายเป็นวิญญาณร่อนเร่ก็ยังไม่พ้นทุกข์

"เรื่อง ของสัตว์โลก ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยว" ยมทูตก้มมอง เอียงคอพินิจ หนึ่งดวงวิญญานเศร้าโศกไม่ได้อ้อนวอนขออะไรพิลึกๆ อีก ยมทูตนั้นไม่รู้สึกสงสารเพราะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ เรื่องงานนี้ที่ผิดพลั้งก็ไม่ใช่ว่าคนข้างบนจะสามารถลงโทษตน ซึ่งมาจากข้างใต้พิภพได้  ถ้าเดินหันหลังจากไปก็สามารถลืมได้ในเวลาไม่นาน

แต่วิญญาณดวงนี้....

นิ้ว ซีดหยิบสมุดขึ้นมาตรวจทาน นอกจากคนนึงซึ่งต้องไปรับวิญญานให้ถูกต้อง วิญญานที่ชื่อแซ่เดียวกันเพลาเกิดเดียวกันนั้น... มีอายุยืนกว่านานเหลือเกิน

กว่าจะถึงเวลาตายของเจ้าเคราะห์ร้ายนี้ มันจักต้องร่อนเร่ระเห็จไปยาวไกลและยาวนานทีเดียว เหนื่อยข้าต้องไปตามล่าในวันหน้า


"มีทางหนึ่ง..."


"เจ้าจะมีโอกาสใช้ชีวิตบนโลกในฐานะมนุษย์จนหมดอายุขัย ...ในร่างคนอื่น"


วิ ญญานมนุษย์นั้นเงยหน้าและทำทีว่าจะพูดอะไรบางอย่าง  ยมทูตไม่สนใจ น่ารำคาญเหลือเกิน น่ารำคาญ  ไม่ว่าจะคำเรียกร้อง ทัดทาน หรือคำถามใดๆ จะหลุดจากปากนั้นก็ไม่มีประโยชน์  ยมทูตลงมือตามที่ตัดสินใจให้จบเรื่องนี้ไปเสีย